วัสดุหลังคาโรงรถแบบโปร่งแสง

วัสดุที่ใช้สำหรับทำหลังคาหรือกันสาดสำหรับโรงรถนั้น นอกจากวัสดุแบบทึบแสงแล้วยังมีวัสดุอีกประเภทหนึ่งที่ในปัจจุบันจัดว่าได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก นั่นก็คือวัสดุโปร่งแสงที่มีส่วนผสมของพลาสติกซึ่งข้อดีของวัสดุประเภทนี้นั้นมีอยู่มากมายเช่น แสงแดดสามารถส่องผ่านเพื่อให้ความสว่างได้ ช่วยประหยัดพลังงาน  มีน้ำหนักที่เบากว่าทำให้ใช้เวลาไม่นานในการติดตั้ง ส่งผลให้ค่าใช้จ่ายที่ตามมาจึงไม่สูงมาก และหากคิดจะรื้อถอนก็สามารถทำได้ง่ายเช่นกัน วัสดุโปร่งแสงที่พบได้ทั่วๆไปได้แก่ แผ่น Polycarbonate, Fiberglass, Acrylic และ UPVC

1. Polycarbonate (โพลีคาร์บอเนต)

00081a

สามารถนำมาตกแต่งตัวอาคารภายนอก

000819

Polycarbonate แบบลูกฟูกนิยมเอามาทำเป็นกันสาด

เมื่อกล่าวถึงแผ่น Polycarbonate หรือที่นิยมเรียกกันว่า PC นั้นนอกจากจะมีน้ำหนักที่เบาแล้วยังมีคุณสมบัติที่โดดเด่นกว่าพลาสติกชนิดอื่นคือทนต่อการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศร้อนและเย็นจัดได้เป็นอย่างดี สามารถดัดโค้งได้โดยไม่ต้องพึ่งความร้อนเนื่องจากเนื้อวัสดุมีความยืดหยุ่นในตัวสูง แข็งแรงกว่า Acrylic ถึง 20 เท่า และนอกจากความโปร่งแสงแล้วแผ่น PC ส่วนใหญ่ถูกเคลือบผิวด้วยสารดูดซับแสง UV ทำให้มีประสิทธิภาพในการกันความร้อนได้เกือบ 100% ส่วนในเชิงความสวยงามนั้นแผ่น PC เป็นต่อเรื่องสีสันที่มีให้เลือกหลากหลาย เจ้าของบ้านสามารถเพิ่มลูกเล่นให้กับพื้นที่ได้

00081c

00081b

ความหนาของแผ่น PC นั้นมีตั้งแต่ 4-10 มม. แต่สำหรับการเลือกใช้สำหรับการงานภายนอกนั้นควรจะใช้ความหนาที่ 8-10 มม. เพื่อประสิทธิภาพในการใช้งานที่ยาวนานทนทาน ข้อควรทราบเกี่ยวกับแผ่น  PC ก็คือความสามารถในการยืดและหดตัวตามสภาพอากาศของตัววัสดุ การยึดด้วยสกรูแบบถาวรจึงไม่ใช่ทางเลือกอย่างแน่นอนเพราะจะทำให้เกิดการแตกร้าวตามมา วิธีการยึดแผ่น PC กับโครงสร้างที่ถูกต้องนั้นจึงพิเศษกว่าใครเพราะต้องยึดโดยใช้แรงบีบของยางกันน้ำ และจำเป็นที่จะต้องมีช่องว่างเผื่อการขยายตัว

00081d

วิธีการติดตั้ง

หลายๆคนถามถึงข้อเสียของแผ่น PC ซึ่งข้อเสียแรกก็คงจะหนีไม่พ้นการที่ตัวแผ่นนั้นมีลักษณะแบบลูกฟูกซึ่งเต็มไปด้วยโพรงอากาศทำให้สามารถเก็บกักความชื้นได้ ส่งผลให้เกิดไอน้ำ ตะไคร่ และความขุ่นมัวภายในช่องว่างของตัววัสดุ ดูไม่สวยงาม และไม่เหมาะอย่างยิ่งกับการนำไปมุงเป็นหลังคาหลักของบ้าน ส่วนเรื่องที่สองก็คงจะหนีไม่พ้นเรื่องของราคาที่ค่อนข้างสูง โดยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 1,200-2,400 บาทต่อตารางเมตรไม่รวมติดตั้ง คุณภาพของแผ่น PC และวัสดุของโครงที่ใช้ก็มีผล โดยโครงสเตนเลสจะมีราคาสูงกว่าโครงเหล็ก อย่างไรก็ตามถ้าไม่นับข้อเสียเหล่านี้ Polycarbonate จัดได้ว่าเป็นวัสดุที่ได้รับความนิยมเป็นอันดับต้นๆเลยทีเดียว

 

2. FRP: Fiberglass Reinforced Plastics (ไฟเบอร์กลาส) 

นวัตกรรมที่นำเอาใยแก้วและโพลีเอสเตอร์เรซินชนิดพิเศษมาเป็นวัตถุดิบของการผลิตหลังคาชนิดโปร่งแสงเพื่อยืดอายุการใช้งานและเพิ่มความแข็งแรง ส่วนผสมของใยแก้วช่วยเพิ่มความเหนียว ทำให้แผ่นวัสดุมีความแข็งแรงและยืดหยุ่นขึ้น สามารถทำการดัดโค้งได้ ปัจจุบันได้มีการพัฒนาหลังคา fiberglass ให้มีรูปทรงเดียวกับหลังคาแบบทึบแสงหลายๆรุ่น มีทั้งแผ่นลอนและเรียบเพื่อที่จะสามารถใช้ร่วมกันในกรณีที่ต้องการแสงสว่างเฉพาะบางพื้นที่ ส่วนในกรณีพื้นที่ต่อเติมที่ต้องการใช้วัสดุโปร่งแสงทั้งหมดนั้นก็สามารถใช้ลอนกันสาดซึ่งปกติจะมีความหนา 1.2 มม. หน้ากว้างอยู่ที่ 1.05 เมตร มีความยาวให้เลือกตั้งแต่ 3,6,12 เมตร อีกทั้งยังสามารถดัดโค้งได้ไว้เป็นตัวเลือก

000821

000822

ภาพของใยแก้วและตัวอย่างวัสดุ

หลังจากผ่านการใช้งานไประยะหนึ่งหลังคา Fiberglass จะไม่มีปัญหาเรื่องขุ่นมัวเพราะจะมีสารเคลือบป้องกันรังสี UV อีกทั้งตัวแผ่นของวัสดุนั้นมีลักษณะเป็นแผ่นตันทำให้โอกาสที่ความชื้นจะผ่านเข้าไปในเนื้อวัสดุนั้นทำได้ไม่ง่ายทำให้ไม่มีปัญหาเรื่องตะไคร่หรือเชื้อรา และยังมีสีที่ค่อนข้างหลากหลายให้เลือกซึ่งปริมาณของแสงที่ผ่านแต่ละสีก็จะไม่เท่ากัน โดยแผ่นสีส้มจะเป็นสีที่แสงสามารถลอดผ่านได้มากที่สุดและน้อยที่สุดจะเป็นสีชา นอกจากนี้ยังมีสีขาวขุ่น สีฟ้าน้ำทะเล และสีน้ำเงินอีกด้วย ราคาของหลังคา Fiberglass เฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 900 บาทต่อตารางเมตรซึ่งจัดว่าถูกกว่าแผ่น Polycarbonate เกือบครึ่งหนึ่งเลยทีเดียว

000824 000823

ในเชิงติดตั้งการขยายตัวของ Fiberglass ถ้าเทียบกับแผ่น Polycarbonate แล้วมีการขยายตัวที่ต่ำกว่าถึง 2 เท่าจึงทำให้การติดตั้งนั้นทำได้ค่อนข้างง่ายโดยสามารถใช้สกรูเจาะเพื่อยึดติดกับโครงสร้างได้ทุกชนิด อายุการใช้งานนั้นแน่นอนว่าขึ้นอยู่กับบริเวณที่ติดตั้ง สภาพอากาศและคุณภาพของผลิตภัณฑ์ซึ่งก็มีหลากหลายแบรนด์ไว้ให้เจ้าของบ้านได้เลือก ถ้าไม่นับข้อเสียในส่วนของสีที่จะมีการซืดจางและตัวแผ่นที่สามารถมองเห็นเส้นไฟเบอร์ได้ค่อนข้างชัดเจน หลังคา Fiberglass จึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งของหลังคาโปร่งแสงที่น่าสนใจ

 

3. UPVC: Unplasticized Polyvinyl Chloride (ยูพีวีซี)

UPVC เป็นชื่อเรียกย่อของ Unplasticized Polyvinyl Chloride เป็น PVC ที่ถูกนำเอาความเป็นพลาสติกออกไป ทำให้มีเนื้อวัสดุที่ไม่ค่อยยืดหยุ่นแต่แข็งแรง ลักษณะของแผ่น UPVC นั้นมีหน้าตาเหมือนกับแผ่น metal sheet และมีทั้งแบบไม่ผสมสีซึ่งเนื้อจะออกมาเป็นลักษณะสีขาวขุ่นและแบบผสมสี วิธีสังเกต UPVC ที่มีคุณภาพคือจะต้องดูว่าไม่มีรอยบุบรอยแตก เนื้อวัสดุจะต้องเป็นเนื้อเดียวกันและปราศจากฟองอากาศ คุณสมบัติของ UPVC นอกจากจะไม่ดูดซับความชื้นแล้วยังมีค่านำความร้อนที่ค่อนข้างต่ำมากๆ จึงทำให้บริเวณที่ติดตั้งมีอุณหภูมิที่ต่ำ เย็นสบาย  ข้อดีอีกอย่างของ PVC คือไม่ต้องกังวลเรื่องเสียงรบกวนเวลาฝนตก เพราะเสียงที่กระทบกับตัววัสดุจะเบามากหากเทียบกับ metal sheet

000825 000826

 

ลักษณะของวัสดุ

ตัวแผ่นโดยทั่วไปนั้นมีความกว้างโดยเฉลี่ย 1 เมตร ความหนา 2-2.5 มม. จึงมีน้ำหนักเบาทำให้การติดตั้งหลังคา UPVC นั้นทำได้ไม่ยากและประหยัดในส่วนของโครงสร้างที่ไม่จำเป็นต้องใช้การรองรับมาก สำหรับความยาวนั้นสามารถสั่งผลิตได้ถึง 12 เมตร ส่วนการหดตัวหรือขยายตัวตามสภาพอากาศนั้นพบได้น้อยมากทำให้สามารถยึดติดกับโครงสร้างได้ถาวรโดยใช้อุปกรณ์สกรูที่มีครอบกันน้ำเพื่อที่จะป้องกันการเกิดสนิมและติดตั้งเหมือนการมุงหลังคาทั่วไป ราคาของ UPVC แบบใสจะมีราคาสูงกว่าแบบสีเล็กน้อย โดยราคาไม่รวมติดตั้งนั้นอยู่ที่ตารางเมตรละประมาณ 300 บาท ซึ่งจัดว่าไม่แพงเลยหากเปรียบเทียบกับวัสดุชนิดอื่นๆ UPVC จึงเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับเจ้าของบ้านที่มีงบค่อนข้างจำกัด

000827000828

 รูปแบบการใช้งาน

ข้อดีของ UPVC นั้นมีมากมาย อย่างไรก็ตามข้อเสียที่ต้องคำนึงถึงก็คือเมื่อผ่านการใช้งานมาระยะหนึ่งเนื้อสีขาวขุ่นของ UPVC อาจจะเปลี่ยนสีเป็นเหลืองได้ทำให้ดูไม่สวยงาม และอีกประเด็นหนึ่งก็คือปริมาณแสงที่สามารถผ่านตัววัสดุ สำหรับวัสดุสีขาวขุ่นนั้นแสงแดดจะสามารถส่องผ่านได้เพียง 40% เท่านั้น ซึ่งอาจจะทำให้พื้นที่ไม่ได้รับความสว่างเท่าที่ควร ทั้งนี้ทั้งนั้นขึ้นอยู่กับความต้องการของเจ้าของพื้นที่ด้วย

วัสดุแบบโปร่งแสงแต่ละชนิดนั้นต่างก็มีข้อดีและข้อเสียที่แตกต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับความต้องการของผู้ใช้งาน แต่อย่างไรก็ตามด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยทำให้หลังคาโปร่งแสงถูกพัฒนาด้านรูปลักษณ์และคุณสมบัติขึ้นกว่าเดิมมาก จึงทำให้เจ้าของบ้านมีตัวเลือกเพิ่มขึ้น ไม่เป็นที่แปลกใจเลยว่าทำไมหลังคาโปร่งแสงถึงเป็นอีกทางเลือกที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในปัจจุบัน

 

Credit By : SCG Experience

http://www.scgexperience.co.th/th/blog/detail.aspx?id=23&post=306

Related Posts